
ชาลเก้ 04 คือ หนึ่งในสโมสรที่เคยโลดแล่นอยู่บนเวทีบุนเดสลีกา เยอรมนี มานานหลายปี และมีช่วงเวลาที่สโมสรประสบความสำเร็จ กวาดแชมป์ระดับประเทศ รวมถึงระดับทวีปมาครองได้หลายรายการ
ทว่าระยะหลัง "ราชันสีน้ำเงิน" กลับโดนปัญหารุมเร้าแบบไม่หยุดหย่อน จนพลาดท่าตกชั้นสู่ลีกรองเป็นระยะ อย่างไรก็ตาม พวกเขากำลังจะได้โอกาสแก้ตัวอีกคำรบ เพราะสโมสรการันตีเลื่อนชั้นกลับสู่บุนเดสลีกาเป็นที่เรียบร้อย
จากทีมชนชั้นแรงงานที่เคยรุ่งโรจน์ก่อนจะรุ่งริ่ง พวกเขาทำอย่างไรถึงได้โอกาสในการดิ้นรนบนลีกสูงสุดอีกครั้ง ติดตามได้ที่ Main Stand
ทีมแรงงานผู้รุ่งโรจน์
เกลเซนเคียร์เช่น-ชาลเค่อ นุลเฟียร์ (Gelsenkirchen-Schalke 04) หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า ชาลเก้ 04 สโมสรแห่งนี้ก่อตั้งเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 1904 มีฉายาว่า "ดี คนาพเพ่น" (Die Knappen) หรือ "คนงานเหมือง" จากวัฒนธรรมการทำเหมืองถ่านหินของเมืองเกลเซนเคียร์เช่น ประกอบกับผู้เล่นหลายคนและแฟนบอลส่วนใหญ่ต่างก็เป็นคนงานในเหมืองถ่านหินด้วยเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ ชาลเก้ 04 ยังมีอีกหนึ่งฉายา นั่นก็คือ "ดี เคอนิชเบลาเอน" (Die Königsblauen) หรือ "ราชันสีน้ำเงิน" มีที่มาจากสีเสื้อของสโมสรที่เป็นสีน้ำเงิน แม้ว่าช่วงแรกทีมจะใช้สีแดงกับสีเหลืองเป็นสีประจำสโมสรก็ตาม ก่อนที่สโมสรฟุตบอลจะแยกทางกับชมรมยิมนาสติกในปี 1924 และเปลี่ยนมาใช้สีน้ำเงินกับสีขาวจนถึงปัจจุบัน ซึ่งฉายา "ราชันสีน้ำเงิน" ก็เป็นฉายาหลักที่แฟนบอลไทยส่วนใหญ่น่าจะคุ้นหูกันเป็นอย่างดี
ช่วงเวลาที่ ชาลเก้ 04 กลายเป็นทีมรุ่งโรจน์ในฟุตบอลเมืองเบียร์มีอยู่ 2 ช่วงเวลาใหญ่ ๆ คือ ในช่วงยุคทศวรรษ 1930-1940 ที่ ชาลเก้ คว้าแชมป์ ด๊อยเช่อ ฟุซบัลไมชเตอร์ชาฟท์ (Deutsche Fußballmeisterschaft) หรือ เยอรมัน ฟุตบอล แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งเป็นลีกสูงสุดของประเทศเมื่อครั้งอดีตได้ถึง 6 สมัย อีกทั้ง ชาลเก้ ยังคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยอย่าง เดเอฟเบ โพคาล ได้อีก 1 สมัยด้วย

จากนั้นกว่าที่ ชาลเก้ 04 จะมีความสำเร็จมาประดับตู้โชว์แบบล้นหลาม ก็คือ ช่วงปลายยุค 1990 ต่อเนื่องจนถึงปี 2011 โดยที่สโมสรคว้าแชมป์บอลถ้วย เดเอฟเบ โพคาล 3 สมัย แถมก่อนหน้านั้นพวกเขายังได้แชมป์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก 1 สมัย และแชมป์ ยูฟ่า อินเตอร์ โตโต้ คัพ อีก 2 สมัย
นอกจากเกียรติประวัติที่สโมสรคว้ามาได้แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ถือเป็นจุดแข็งสำหรับทีมอย่าง ชาลเก้ 04 นั่นคือ การปลุกปั้นผู้เล่นดาวรุ่งและส่งขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่มาแล้วมากมายหลายคน
มานูเอล นอยเออร์, โจเอล มาติป, ยูเลียน ดรักซ์เลอร์, เลอรอย ซาเน่ รวมถึง ธีโล เคห์เรอร์ เหล่านี้ คือ ผู้เล่นที่เติบโตมาจาก "ดี คนาพเพ่นชมีเดอ" (Die Knappenschmiede) หรือ ศูนย์ฝึกเยาวชนของ ชาลเก้ 04 ก่อนจะได้โอกาสขึ้นสู่ชุดใหญ่ของทัพ "ราชันสีน้ำเงิน" และเป็นผู้เล่นตัวหลักให้ทีมในเวลาต่อมา
เมื่อเกียรติประวัติดี แถมอะคาเดมีก็น่าสนใจ ทำให้สโมสรอย่าง ชาลเก้ 04 สามารถขึ้นมาต่อกรกับบรรดาทีมในลีกสูงสุดได้อย่างสนุกสูสี
ปัญหารุมเร้าราชันสีน้ำเงิน
หลังโลดแล่นอยู่ในบุนเดสลีกามาตั้งแต่ปี 1991 ผลงานในลีกของ ชาลเก้ 04 เรียกได้ว่ามีดีมีแย่สลับกันไป โดยบางฤดูกาลดีถึงขั้นที่จบรองแชมป์บุนเดสลีกา แต่สุดท้าย "ราชันสีน้ำเงิน" ก็ไม่อาจไปได้ถึงตำแหน่งแชมป์ โดยนับตั้งแต่ลีกสูงสุดของเยอรมนีใช้ชื่อ บุนเดสลีกา พวกเขาเป็นรองแชมป์ถึง 7 สมัย แต่ไม่เคยคว้าแชมป์เลยแม้แต่ครั้งเดียว
แม้ว่าหน้าม่านผลงานภาพรวมของ ชาลเก้ 04 จะดูน่าพอใจในหลาย ๆ ครั้ง แต่หากพลิกดูเบื้องหลังการบริหารจะเห็นได้ว่า สโมสรแห่งนี้ต้องเจอกับปัญหาอะไรต่อมิอะไรมากมาย จนกัดกินให้ ชาลเก้ 04 ค่อย ๆ ทรุดตัวลงไปเรื่อย ๆ

เริ่มตั้งแต่วิกฤตทางการเงินที่เรื้อรังมาอย่างต่อเนื่อง หนักถึงขั้นที่สโมสรมีตัวเลขหนี้สินมากถึง 200 ล้านยูโร และต้องทยอยผ่อนชำระเงินกู้รวมดอกเบี้ยตกปีละประมาณ 16 ล้านยูโร ต่อให้บางปีสโมสรจะทำกำไรได้ไม่เยอะ แต่พวกเขาก็จะต้องกัดฟันโปะหนี้สินให้ลดน้อยลงโดยเร็วที่สุด
ปัญหาต่อมาที่ทำให้ ชาลเก้ 04 เข้าสู่สภาวะขาดสภาพคล่อง คือ การที่พวกเขาตัดสินใจยอมยกเลิกสัญญากับ Gazprom บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่สัญชาติรัสเซียที่สนับสนุนทีมมาอย่างยาวนาน อันเนื่องมาจากการที่รัสเซียบุกรุกรานยูเครนเมื่อปี 2022 ส่งผลให้ ชาลเก้ 04 ขาดรายได้ก้อนโตปีละ 10-30 ล้านยูโร
ไม่เพียงเท่านั้น เรื่องนโยบายการซื้อขายพวกเขาก็ทำผิดพลาด โดยเฉพาะขาออกที่ ชาลเก้ เลือกจะปล่อยผู้เล่นอย่าง โจเอล มาติป, มักซ์ เมเยอร์ และ เลออน โกเร็ตซ์ก้า ออกจากทีมแบบฟรี ๆ ทำให้ค่าตัวที่พวกเขาควรจะได้กลับไม่ตกมาถึงสโมสรเลยแม้แต่ยูโรเดียว

ตลอดจนตำแหน่งผู้บริหารรวมถึงเฮดโค้ชที่มักจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้ง ส่งผลให้ทีมขาดเสถียรภาพ และมองไม่เห็นแผนงานในระยะยาว จนถึงขั้นทำให้ ชาลเก้ 04 ต้องตกชั้นกลับไปที่ บุนเดสลีกา 2 เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี เมื่อปี 2021
ต่อให้ ชาลเก้ จะเลื่อนชั้นกลับมาได้ไวในปี 2022 แต่ด้วยความห่างชั้นในเรื่องคุณภาพผู้เล่น สุดท้าย "ราชันสีน้ำเงิน" ก็สิ้นสภาพตกอับกลับไปที่ลีกรองอีกครั้ง นับเป็นช่วงเวลาที่ปัญหารุมเร้าชาลเก้ 04 จนทำให้ทีมที่เคยยิ่งใหญ่แทบไร้ทิศทางในการเดินหน้าต่อ
เลื่อนชั้นด้วยหัวใจที่ไม่ยอมแพ้
นับตั้งแต่ตกชั้นกลับไปที่บุนเดสลีกา 2 ในปี 2023 กลายเป็นว่า ชาลเก้ 04 ก็มีช่วงเวลาที่กวัดแกว่งอยู่พอสมควร จบในอันดับที่ 10 หรือตกไปอยู่ครึ่งล่างของตาราง เกือบตกชั้นสู่ ลีกา 3 ก็เคยมาแล้ว
จนกระทั่งฤดูกาล 2025-26 ทีมได้แต่งตั้ง มีรอน มุสลิช กุนซือชาวออสเตรียวัย 43 ปีเข้ามาคุมทีม ทั้งที่ฤดูกาลก่อน มุสลิช เพิ่งจะพาทีม พลีมัธ อาร์ไกล์ ตกชั้นไปเล่นในลีกวันของอังกฤษแบบสด ๆ ร้อน ๆ
ทว่าการเลือก มีรอน มุสลิช มารับงานเฮดโค้ชถือเป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่พลิกโฉมให้ ชาลเก้ 04 ฟื้นตัวกลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้ง แม้ว่าทีมจะใช้เงินเสริมทัพแบบจำกัดจำเขี่ย เนื่องจากต้องนำเงินไปจ่ายหนี้สินคงค้างที่ยังเหลืออยู่อีกเป็นจำนวนมาก

แต่ถึงจะเสริมทัพเน้นผู้เล่นโนเนม ชาลเก้ 04 ในมือของ มีรอน มุสลิช ก็ถือว่าโชว์ฟอร์มได้ดีเกินคาด ค่อย ๆ ไต่อันดับ จนสามารถขึ้นมาเกาะ 2 อันดับแรกได้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 8 ก่อนจะติดลมบนอยู่ยาวไร้ทีมมาเบียดแย่งพื้นที่เลื่อนชั้นแบบอัตโนมัติ
ยิ่งตลาดหน้าหนาวปี 2026 ทีมไปดึงกองหน้ามากประสบการณ์อย่าง เอดิน เชโก้ เข้ามาเพิ่มเติม มันก็ช่วยให้ ชาลเก้ 04 กลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งมากขึ้น จนพวกเขาการันตีเลื่อนชั้นกลับสู่บุนเดสลีกาอย่างเป็นทางการแล้ว
ซึ่งการคัมแบ็กลีกสูงสุดรอบนี้ต้องชื่นชมไปยังบุคลากรภายในสโมสรที่มุ่งมั่น และทุ่มเทอย่างเต็มที่ เดินหน้าล่าชัยชนะแบบไม่ย่อท้อ แม้จะมีช่วงเวลาที่ขลุกขลักอยู่บ้าง ก่อนที่ผลลัพธ์จะทำให้ผู้เล่นของ ชาลเก้ 04 แฮปปี้มีความสุขกันถ้วนหน้า
โดยหลังจากการันตีเลื่อนชั้น ชาลเก้ 04 ที่เชื่อมั่นในฝีมือของ มีรอน มุสลิช ก็ได้ขยายสัญญากับเขาเพิ่มเติมจนถึงปี 2028 เพื่อตอบแทนผลงานที่น่าพอใจของเจ้าตัว แถมการเลื่อนชั้นครั้งนี้ยังกลายเป็นของขวัญอันเลอค่าให้กับสโมสรที่เพิ่งจะอายุครบ 122 ปีไปในวันที่ 4 พฤษภาคม 2026

ขณะที่สถานการณ์เรื่องการเงินก็ค่อย ๆ ดีขึ้น เพราะพวกเขาทยอยจ่ายหนี้สินแบบไม่ขาดตกบกพร่อง จนตอนนี้ตัวเลขหนี้สินเหลืออยู่ประมาณ 148 ล้านยูโร แม้ว่าอาจจะยังดูเยอะ แต่หาก ชาลเก้ 04 ยังรักษาแนวทางแบบนี้และต่อยอดผลงานให้ดีขึ้น เชื่อว่าหนี้สินที่เป็นชนักปักหลังมานานก็อาจจะหมดลงในสักวัน
จากสโมสรที่เป็นขวัญใจของชนชั้นแรงงาน อยู่ยั้งยืนยงในลีกสูงสุดมาอย่างยาวนาน กลับต้องเจอกับช่วงเวลาที่เป็นขาลงแบบฮวบฮาบ มีปัญหารุมเร้าในทุกหย่อมหญ้า แต่ตอนนี้ ชาลเก้ 04 กำลังจะได้โอกาสพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งว่าคราวนี้ "ราชันสีน้ำเงิน" ที่ทรุดไปนานจะฟื้นตัวอยู่รอดในบุนเดสลีกาได้หรือไม่
แหล่งอ้างอิง
https://en.wikipedia.org/wiki/FC_Schalke_04
https://www.transfermarkt.com/fc-schalke-04/platzierungen/verein/33/spieltag/endplatzierung
https://pgsport.be/detail-page/fc-schalke-04-football-pennant/?lid=3108
https://schalke04.de/en/inside-en/schalke-and-umbro-present-royal-blue-home-kit/
https://www.getfootballnewsgermany.com/2025/schalke-04-still-have-to-pay-e16m-in-loans-per-year-3-takeaways-from-their-annual-report/
https://www.transfermarkt.com/fc-schalke-04/alletransfers/verein/33
https://www.transfermarkt.com/edin-dzeko/profil/spieler/28396