
พรีเมียร์ลีก จะเปิดฤดูกาล 2026/27 ในคืนวันศุกร์นี้ และเมื่อสอดส่องไปยังสำนักข่าวใหญ่ ๆ ทุกสำนัก ดูเหมือน อาร์เซน่อล จะได้รับเลือกให้เป็นเต็ง 1 แบบแบเบอร์สำหรับตำแหน่งแชมป์
นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ อาร์เซน่อล คว้าแชมป์ลีก 2 สมัยติดต่อกันได้เป็นครั้งแรกในรอบ 90 ปี ด้วยเหตุผลที่คุณจะได้ติดตามต่อไปนี้กับ MAIN STAND
เดิม ๆ ก็ดีอยู่แล้ว
ฤดูกาล 2025/26 ที่ผ่านมา อาร์เซน่อล แสดงให้เห็นว่าพวกเขาเป็นทีมที่ดีที่สุดในเกาะอังกฤษในแทบจะทุกด้าน งานของ มิเกล อาร์เตต้า และทีมงานหลังบ้านเริ่มแสดงให้เห็นภาพชัดขึ้น จนกระทั่งยกระดับจาก "ทีมลุ้นแชมป์" ขึ้นมาเป็น "ทีมเต็งแชมป์" ได้อย่างสมศักดิ์ศรี ไม่มีใครสามารถบอกว่าพวกเขามาอยู่จุดนี้ได้เพราะ "โชค" อีกแล้ว

ซีซั่นที่แล้ว อาร์เซน่อล สร้างทีมด้วยพื้นฐานจากเกมรับที่เหนียวแน่นซึ่งต่อยอดจากซีซั่นที่ผ่าน ๆ มา เพียงแต่มันถูกขันให้แน่นยิ่งกว่าเดิม แบ็กโฟร์ พัฒนาจนเราได้เห็นชุดที่ดีที่สุดประกอบด้วย เยอร์เรียน ทิมเบอร์, วิลเลี่ยม ซาลิบา, กาเบรียล มาร์กัลเญส และ ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่
กลุ่มแบ็กโฟร์ชุดนี้ต้องใช้คำว่า "ตึงจัด" นอกจากแต่ละคนมีจุดแข็งเฉพาะตัวที่ชัดเจน โดยเฉพาะคู่เซ็นเตอร์ตัวหลักที่จะประสานงานกันอย่างมีระเบียบ มีตัวชน มีตัวซ้อน มีตัวขยับหาพื้นที่ เวลาเพื่อนออกบอลจากพื้นที่ด้านหลังยาก ๆ ได้อย่างรู้ใจ ... การมีอยู่ของแนวรับอันเหนียวแน่นนี้ ทำให้คู่แข่งเล่นแบบลักกินขโมยกิน หรือการตั้งรับลึกแล้วเตะเปรี้ยงเดียวไปวัดกันข้างหน้าได้ยาก ซึ่งรากฐานจากตรงนี้ส่งต่อไปถึงเกมรุกที่ถูกยกระดับไปอีกขั้น
ฤดูกาลก่อน ๆ หน้าที่จะเป็นแชมป์ อาร์เซน่อล มักจะมีปัญหาเรื่องกองหน้ายิงได้น้อย ขาดตัวที่จะเล่นในกรอบเขตโทษ และที่สำคัญจริง ๆ คือเมื่อ 11 ตัวจริงมีใครบาดเจ็บหรือลงไม่ได้ คุณภาพของทีมจะลดหายไปทันที อย่างน้อย ๆ ต้องมี 20-30% ซึ่งทุกคนก็น่าจะเคยเห็นมาแล้วตอนที่พวกเขาไม่มี บูกาโย ซาก้า, มาร์ติน โอเดการ์ด หรือแนวรับอย่าง ซาลิบา เมื่อนั้นพวกเขาจะเริ่มทำแต้มตกหล่นทันที
แต่ซีซั่น 2025-26 ปัญหาต่าง ๆ ถูกแก้ได้จบในตลาดซื้อขายที่น่าชื่นชม มาร์ติน ซูบิเมนดี้, โนนี่ มาดูเอเก้, คริสเตียน มอสเกร่า, ปิเอโร อินคาปิเย่, เอเบเรชี่ เอเซ่ และ วิคตอร์ เยอเคเรส คือดีลที่ซื้อมาแล้วใช้ได้เลยทั้งหมด เรียกได้ว่าขาดตรงไหน ก็เติมใส่ตรงนั้นได้พอดิบพอดี

วันที่ โอเดการ์ด เจ็บยังมี เอเซ่, วันที่ ซาลิบา หรือ กาเบรียล ลงไม่ได้ยังมี มอสเกร่า, วันไหนที่ คาลาฟิออรี่ ไม่พร้อมยังมี อินคาปิเย่, วันไหน ซาก้า ไม่พร้อมยังมี มาดูเอเก้ หรือแม้กระทั่งวันที่ต้องการใครสักคนที่เป็นกองหน้าสไตล์ไม่ต้องต่อเกมกันเยอะ ไปรอยิงอย่างเดียว เยอเคเรส ก็เข้ามาแก้ปัญหาตรงนี้ได้ชะงัด
แน่นอนว่าตัวสำรองอาจจะแทนไม่ได้ 100% แต่ตัวสำรองของ อาร์เซน่อล ในซีซั่นที่แล้วแต่ละคนมีจุดแข็งเฉพาะตัวที่สามารถสร้างประโยชน์ได้ และแต่ละคนก็มีการตอบโจทย์ทางแท็กติก หยิบลงไปใส่ตรงไหนก็มักจะสร้างมาตรฐานที่น่าพอใจได้ ทำให้พวกเขาเดินหน้าเก็บแต้มได้ต่อเนื่อง อาจจะมีบางช่วงที่ทำอกสั่นขวัญแขวนไปบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องของประสบการณ์การลุ้นแชมป์ ซึ่งสุดท้ายทีมชุดนี้ก็นับ 1 ร่วมกันได้สำเร็จ
และการมีครั้งแรกนี่แหละ ที่จะทำให้ปีนี้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้นไปอีกในแง่ของสภาพจิตใจ จากความเก๋า และประสบการณ์ในการเป็นผู้ล่าเมื่อตามหลังจ่าฝูง หรือการเป็นผู้ถูกล่าเมื่อพวกเขายืนอยู่บนอันดับสูงสุดของตาราง
เห็นได้ชัดว่า อาการแกว่ง หรืออาการสั่นเดิมพัน ของพวกเขาค่อย ๆ ลดน้อยลงเรื่อย ๆ ใน 2-3 ซีซั่นที่ผ่านมา จะเหลือก็เพียงเกมที่เจอของแข็งตัวจริงเสียงจริงอย่าง เปแอสเช ในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เท่านั้นที่พวกเขาแพ้ในเรื่องคุณภาพในสนาม ... ซึ่งจากความพ่ายแพ้นั้นแหละที่ทำให้พวกเขาได้เห็นว่าทีมชุดนี้ยังขาดอะไร
เติมเชอร์รี่บนหน้าเค้ก
หากจะบอกว่าปีที่แล้ว อาร์เซน่อล มีอะไรให้ติอีก คำตอบที่หลายคนน่าจะเห็นตรงกันคือพวกเขามีฐานที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว งานต่อจากนี้คือการเสริมทัพให้ทีมที่แข็งอยู่แล้วแกร่งขึ้นอีก เพื่อให้ความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นลดลงเหลือน้อยที่สุด
มีวลีหนึ่งที่มักจะได้เห็นในสื่อต่างประเทศบ่อย ๆ คือ The Cherry on Top ซึ่งเป็นวลีที่มีความหมายว่า "การเติมสิ่งดี ๆ เพิ่มเติมเข้าไป ซึ่งทำให้สิ่งที่ดีอยู่แล้ว ยิ่งสมบูรณ์แบบขึ้นไปอีก" นั่นแหละคือสิ่งที่ อาร์เซน่อล ทำในตอนนี้

การเข้ามาของ คริสตอส โซลิส เพิ่มพลังความสด ความหนุ่ม แทนที่การออกไปของ เลอันโดร ทรอสซาร์ ที่อายุเข้าหลักเลข 3, การขายมิดฟิลด์ตัวสแตนด์บายอย่าง คริสเตียน นอร์การ์ด ออกไป แต่เปลี่ยนขาเข้าด้วยการเอาตัวท็อปของพรีเมียร์ลีกอย่าง บรูโน่ กิมาไรส์ เข้ามา ไหนจะดีลต่อไปที่ใกล้จะเกิดขึ้นอย่าง เอซรี่ คอนซ่า ที่ก็เป็นตัวท็อปในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กของพรีเมียร์ลีกอีกเช่นกัน
นอกจากนี้ ในซีซั่น 2026/27 ที่กำลังจะมาถึง ไค ฮาแวร์ตซ์ ก็ฟิตพร้อมที่จะสลับกันทำหน้าที่กับ เยอเคเรส ตั้งแต่เปิดซีซั่น ยิ่งทำให้แนวรุกของพวกเขามีตัวเลือก และวิธีการเข้าทำที่หลากหลายมากขึ้น ... อย่าลืมว่าในซีซั่นที่แล้ว กว่า ฮาแวร์ตซ์ จะอยู่ในสถานะพร้อมใช้ ทีมก็ต้องรอเขาจนถึงช่วงปลายซีซั่น
ว่ากันตามตรง แค่การเปลี่ยน 2-3 ตำแหน่งที่กล่าวมา มันทำให้ภาพของ อาร์เซน่อล กับการป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก มีภาพชัดมากกว่าทีมอื่น ๆ เรื่องนี้กูรูแทบทุกสำนัก ไล่ตั้งแต่กูรูจาก The Athletic, BBC หรือเหล่าอดีตนักเตะที่ทำหน้าที่เป็นนักวิจารณ์ตามรายการต่าง ๆ ก็เลือกปืนใหญ่ให้เป็นทีมที่มีโอกาสคว้าแชมป์สูงที่สุด ขนาดที่ว่าสื่อที่ใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์วิเคราะห์อย่าง Opta ยังบอกว่า อาร์เซน่อล มีโอกาสป้องกันแชมป์ลีกได้สูงถึง 38% มากกว่าเต็ง 2 อย่าง แมนฯ ซิตี้ เกือบ 2 เท่า (20.5%)
เหตุผลที่ทั้งนักข่าว อดีตนักเตะ หรือแม้กระทั่ง AI ยังเห็นตรงกัน นอกจากเป็นเรื่องการเติมเชอร์รี่บนหน้าเค้กแล้ว ยังมีเรื่องของบรรยากาศรอบตัว และการเปลี่ยนแปลงของทีมอื่น ๆ ในซีซั่นนี้ที่เรามองข้ามไม่ได้อีกด้วย
เราพร้อมแล้ว...แต่ทีมอื่นไม่แน่
ข้อมูลที่น่าสนใจนอกจากเรื่องความแข็งแกร่งโดยตรงของ อาร์เซน่อล แล้ว สิ่งที่น่าสนใจคือพรีเมียร์ลีกในซีซั่น 2026/27 ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีถึง 9 สโมสร เปลี่ยนเฮดโค้ชก่อนซีซั่นจะเริ่มขึ้นได้แก่
บอร์นมัธ กับโค้ชใหม่อย่าง มาร์โค โรเซ่อ, เชลซี กับ ชาบี อลอนโซ่, ลิเวอร์พูล กับ อันโดนี่ อีราโอล่า, คริสตัล พาเลซ กับ ปิแอร์ ซาซ, ฟูแล่ม กับ อัลบาโร่ อาร์เบลัว, แมนฯ ซิตี้ กับ เอ็นโซ่ มาเรสก้า, นิวคาสเซิล กับ มัสธีอัส ไยส์เล่อ, ฟอเรสต์ กับ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ และ อิปสวิช กับ แกรี่ โอนีล นอกจากนี้สำหรับ สเปอร์ส และ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็จะเป็นซีซั่นแรกแบบเต็ม ๆ ของ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ และ ไมเคิล คาร์ริค อีกด้วย

จากสถานการณ์ที่กล่าวมา ทำให้ตอนนี้ อาร์เตต้า กลายเป็นกุนซือที่คุมทีมนานที่สุดในพรีเมียร์ลีก และทีมของเขาก็สร้างหลักตอกฐานจนแข็งแกร่งพร้อมรบ ให้พรีเมียร์ลีกเตะวันนี้พรุ่งนี้ก็เชื่อว่า อาร์เซน่อล มีศักยภาพที่พร้อมลงเล่นโดยไม่อิดออด
แตกต่างกับทีมอื่น ๆ ที่กำลังเริ่มสร้างยุคสมัยใหม่ ซึ่งถ้าคุณจะถามว่าเรื่องนี้มันใหญ่แค่ไหน ก็ให้ไปดู แมนฯ ซิตี้ ในยุคมาเรสก้า ที่โดน อาร์เซน่อล สอนบอลแบบแพ้ทุกประตูในเกมคอมมูนิตี้ชิลด์ ถึง 3-0 จนเกิดความพะวงว่า "ชีวิตที่ไร้ เป๊ป" ของพวกเขาน่าเป็นห่วงแค่ไหน
ขนาดทีมที่มีทรัพยากรนักเตะ และงบประมาณพร้อม แถมยังได้โค้ชที่พิสูจน์ตัวเองมาด้วยแชมป์สโมสรโลกยังมีออกอาการแบบนี้ ทีมอื่น ๆ ก็คงจะมีปัญหาในช่วงเริ่มต้นไม่แตกต่างกันมากนัก
อาร์เตต้าและบอร์ดบริหารอาร์เซน่อลเองก็คงรู้เรื่องนี้ดี พวกเขาจึงลุยตลาดครั้งนี้อย่างดุดันและจิ้มไปยังนักเตะเกรดดีมีคุณภาพที่พร้อมเล่น ยกระดับทีมได้ทันที
เพื่อที่ในระหว่างที่ทุกทีมกำลังกระเสือกกระสนเพื่อตั้งหลักให้มั่นคง อาร์เซน่อล ก็อยู่ในสถานะที่พร้อมโกยแต้มแบบม้วนเดียวจบแล้ว
แหล่งอ้างอิง
https://www.pptvhd36.com/sport/news/281679
https://www.reddit.com/r/Gunners/comments/1vsoxqu/interview_eberechi_eze_reveals_why_arsenal_can/
https://www.independent.co.uk/sport/football/arsenal-premier-league-mikel-arteta-season-preview-b3035412.html
https://theanalyst.com/articles/arsenal-premier-league-title-defence-2026-27-preview