Feature

ที่นี่ Z ใหญ่สุด! : ความลับของ "ซีดาน" และงานเดียวในใจที่รอคอย | Main Stand

คว้าแชมป์ ลาลีกา 2 สมัย คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 3 สมัยติดต่อกัน ก่อนจะเลิกราวางมือไปแบบงง ๆ ด้วยการไม่ได้รับงานใด ๆ เลย แม้จะมีข้อเสนอก้อนโตจากสโมสรระดับแถวหน้ามากองให้ก็ตาม 

 

อะไรที่ทำให้ ซีเนดีน ซีดาน ยอมรองานในฝันอย่างทีมชาติฝรั่งเศสถึง 5 ปี ? แล้วฝรั่งเศสเอาอะไรมาวางใจได้ว่า กุนซือที่รามือมานานอย่างเขาจะไม่ตกยุคในโลกที่ฟุตบอลเดินหน้าไปในทุก ๆ วันนี้ 

นี่คือความลับของ ซิซู กับภารกิจที่ต้องเป็น "เขาเท่านั้น" ติดตามกับ MAIN STAND 

 

ชายผู้สัมผัสและเปลี่ยนสิ่งนั้นเป็นทอง 

ตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ในวงการฟุตบอล ซีเนดีน ซีดาน ไม่ใช่พวกที่เดาใจหรืออ่านทางได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะตอนที่เขาลงเล่นอยู่ในสนาม หรือแม้แต่ตอนที่เขาเป็นเฮดโค้ชของ เรอัล มาดริด

ซีดาน เป็นผู้พาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 3 สมัยติดต่อกัน โดยที่เรายังมองไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่าปรัชญาฟุตบอลหรือสไตล์การเล่นของเขาชัด ๆ 100% ว่าเป็นแบบไหนกันแน่ แต่นั่นก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไร เพราะปลายทางมันคือความสำเร็จที่ยากจะหาใครทำซ้ำได้

"ไม่ว่าจะเขาจะทำมันด้วยวิธีไหนก็ช่าง แต่ถ้าคุณได้ให้เขาสัมผัสอะไรสักอย่าง เขาจะเปลี่ยนมันเป็นทองคำ" แฟนบอลรายหนึ่งในเรดดิต อธิบายถึงเหตุผลที่เขายกย่อง ซีดาน มาตลอด 

เขาอยู่บนเส้นทางของการเป็นโค้ชที่เก่งและประสบความสำเร็จที่สุดในโลกแล้วแท้ ๆ แต่หลังจบฤดูกาล 2020-21 ได้ 5 วัน ซีดาน ก็ลาออกจาก เรอัล มาดริด และไม่รับงานใด ๆ เลย จนกระทั่งผ่านมา 5 ปี ที่เขาตอบตกลงรับงานทีมชาติฝรั่งเศส หลังจากสิ้นยุคสมัยของ ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ อดีตเพื่อนร่วมทีมชุดแชมป์โลกปี 1998 ของเขา 

โค้ชที่เก่งกาจขนาดนี้ว่างงานมา 5 ปี โดยปฎิเสธงานใหญ่ ๆ ที่เข้ามาตลอดตามข่าวลือที่เกิดขึ้น เขาใช้เวลาไปกับการเล่นพาเดล และทำธุรกิจศูนย์กีฬาของตัวเองที่ชื่อว่า Z5 ที่หลายคนแซวว่าเขาจะมีความสุขกับงานนี้จนลืมการเป็นโค้ชฟุตบอลไปแล้ว สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือในโลกฟุตบอลที่หมุนไปข้างหน้าเร็วขึ้นทุกวัน เขาไม่กลัวว่าการหยุดจะทำให้เขากลายเป็นกุนซือที่ตกยุคเหรอ ? 

มีการเปิดเผยว่า ซีดาน แค่รู้สึกว่าการได้แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 3 สมัยซ้อน เป็นอะไรที่กดดันและเป็นงานที่สูญเสียพลังงานชีวิตเยอะมาก ซึ่งทำให้คนที่ให้ความสำคัญและเลือกใช้เวลากับครอบครัวเป็นหลักอย่างเขายอมถอยออกจากงานคุมทีม และในขณะเดียวกันเจ้าตัวก็เลือกใช้ชีวิตเรียบง่าย พร้อมทั้งหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ เพื่อรอเวลาที่เหมาะสม และงานที่เขาคิดว่ามันใช่ที่สุดแล้วสำหรับตัวของเขา

ส่วนเรื่องของฟุตบอล ซีดานเองก็ไม่ได้ทิ้งไปเลย เขายังคงศึกษาเกมฟุตบอลระดับสูงอยู่ตลอด มีการตระเวนไปชมเกมบิ๊กแมตช์ตามประเทศต่าง ๆ เพื่อศึกษาเชิงวิเคราะห์ว่าการเติบโตด้านแท็กติกของฟุตบอลสมัยใหม่เป็นแบบไหน การเปลี่ยนแปลงเรื่องโครงสร้างการยืนตำแหน่ง และวิทยาศาสตร์การกีฬาเดินหน้าไปถึงจุดไหนในช่วงเวลาที่เขาได้เว้นว่างไป 5 ปี

เรียกได้ว่ามันคือการชาร์จแบตไปพร้อม ๆ กับการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาเพียงแต่ความเข้มข้นอาจจะไม่เท่ากับตอนรับงานโค้ชที่ต้อง กิน นอน ใช้ชีวิต และใช้สมองไปกับฟุตบอลแทบจะตลอดเวลา ...ทว่าข้อมูลที่เขาค้นคว้า สิ่งต่าง ๆ ที่เขาเรียนรู้ มันคือเนื้อ ๆ เน้น ๆ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับงานชิ้นต่อไปของเขาทั้งหมด นั่นคือการเป็นโค้ชของทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่ ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวมี่รอคอย และเปรียบเสมือนงานในฝันของเขา 

 

ฝันเดียวคือฝรั่งเศส 

"ทีมชาติฝรั่งเศสคือสิ่งเดียวที่ผมต้องการ ผมมองทีมนี้ผ่านสายตาของผู้จัดการทีมมาโดยตลอด นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่รับงานสโมสร สิ่งเดียวที่ผมอยากทำ หลังออกจากมาดริดคือการคุมทีมชาติฝรั่งเศส" ซีดาน ว่าเช่นนั้น 

เมื่อรู้ว่าตัวเองอยากจะทำงานอะไร และรู้ว่าสักวันโอกาสนั้นจะมาถึง ซีดาน จึงสามารถปล่อยให้ตัวเองว่าง 5 ปีได้ ด้วยการใช้เวลาศึกษาทีม ๆ นี้ควบคู่กับเวลาว่างไปโดยตลอด มันคือการศึกษาแบบเฉพาะเจาะจง เพื่อให้เขารู้ทุกเรื่องของทีม ๆ นี้ และเมื่อถึงเวลาที่ต้องการ เขาหวังว่าเขาจะเข้ามาต่อติดงานเดิมที่ เดส์ชองส์ ฝากไว้ได้ทันที 

ซีดาน พูดเสมอว่า นี่คืองานในฝัน การมารับตำแหน่งกุนซือทีมชาติฝรั่งเศส ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสานต่อความสำเร็จ แต่เป็นการนำเอาประสบการณ์ ความรู้ที่ตกตะกอนตลอด 5 ปีเต็ม มาผสมผสานเข้ากับขุมกำลังยุคใหม่ที่มีทั้ง คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้, อุสมาน เด็มเบเล่ และ ไมเคิล โอลีเซ่ และดาวรุ่งพุ่งแรงอีกหลายคน

อย่าว่าแต่ซีดานเลย แม้แต่สมาคมฟุตบอลฝรั่งเศส หรือแฟนบอลชาวฝรั่งเศส ทุกคนก็คิดเห็นเช่นกันว่าหากวันที่ เดส์ชองส์ ลงจากตำแหน่งคงไม่มีใครเหมาะที่จะสานต่องานนี้เท่ากับ ซีดาน อีกแล้ว ไม่ว่าคุณจะเอาเกณฑ์อะไรมาตัดสินเขาก็ตาม ซีดาน ถือว่าเป็นเต็ง 1 ที่จะคว้าเก้าอี้กุนซือทีม ๆ นี้มาตลอดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา 

อย่างไรก็ตามข้อสงสัยเล็ก ๆ น้อย ๆ ยังคงเหลืออยู่ และเป็นเรื่องคลาสสิกของคนที่คุมทีมอย่าง เรอัล มาดริด นั่นคือ โค้ชของเรอัล มาดริด มักเจอปัญหาคล้าย ๆ กัน พวกเขามีผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม ผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมย่อมทำสิ่งที่ยอดเยี่ยมได้เสมอ ปรัชญาและโครงสร้างต่าง ๆ ดูเหมือนจะอยู่ภายใต้อิทธิพลของพรสวรรค์ของกลุ่มแข้งระดับโลกมากกว่าแท็กติกของโค้ช ...หรือว่าง่าย ๆ ก็คือโค้ชของ มาดริด มักจะไม่ได้เครดิตเรื่องการวางแท็กติกอะไรมากมายนัก เพราะมีนักเตะที่เก่ง ๆ เต็มทีมอยู่แล้ว

ซีดาน เองก็ไม่ได้รับคำชมเรื่องแท็กติกมากนัก  แต่เขามักได้รับการพูดถึงในแง่ของโค้ชที่ปล่อยให้ผู้เล่นแสดงความสามารถอย่างเต็มที่ ... ซึ่งบางที การเป็นคนที่สามารถปลดปล่อยนักเตะให้ลงสนามเล่นด้วยความสุข ความมุ่งมั่น และในขณะเดียวกันก็ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการด้วย แบบที่ ซีดาน ทำได้ ก็ถือเป็นทักษะอย่างหนึ่งเช่นกัน เพราะท้ายที่สุดแล้ว โค้ชหลายคนของเรอัล มาดริดก็ไม่สามารถปล่อยให้ผู้เล่นแสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมาได้ จนเล่นไม่เป็นทีม และไม่ประสบความสำเร็จแบบที่ทีมต้องการ 

ซีดานมีออร่าบางอย่างที่แสดงถึงความมีอำนาจออกมา หลังจากเขารับงานกับฝรั่งเศส เขาพูดว่า "DD(เดส์ชองส์) ก็คือ DD ซิซู ก็คือ ซิซู ผมมีแนวทางการทำงานของผม และสิ่งใดที่ผมคิดว่ามันควรต้องแก้ไข ผมก็จะลงมือทำมันทันทีในแบบของผม" 

ฝรั่งเศส ก็เหมือนกับ มาดริด ในรูปแบบของทีมขาติ 11 ตัวจริงแทบจะเป็นนักเตะระดับเวิลด์คลาสทั้งหมด ดังนั้น ซีดาน จึงมีคำสั่งแรกแบบที่ไม่เคยมีโค้ชคนก่อน ๆ เคยทำ นั่นคือการห้ามนักข่าวมารอดักทำข่าวการรายงานตัวที่ศูนย์ฝึกแห่งชาติของนักเตะทีมชาติฝรั่งเศสอีกต่อไปในยุคที่เขาคุมทีม 

แม้เขาจะไม่ได้บอกว่าเพราะอะไร แต่ในอดีตสถานที่นี้เปรียบเสมือนเวทีแห่งแฟชั่นที่นักเตะจะจัดเต็มเรื่องการแต่งตัว และโชว์ไลฟ์สไตล์ของตัวเองออกมาให้สื่อไปนำเสนอต่อ ... ซีดาน ตัดส่วนนี้ทิ้งไป ซึ่งพอจะคาดเดาได้ว่าพยายามจะตัดเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับฟุตบอลที่สามารถทำให้นักเตะไขว้เขวได้มากที่สุดทิ้งไป ให้พวกเขาเลิกโชว์หล่อกันด้วยเสื้อผ้า แต่ให้โชว์ความสามารถที่มีในสนามแทน

 

"บารมีระดับตำนาน" และการจัดการอีโก้

ในห้องแต่งตัวทีมชาติฝรั่งเศสที่เต็มไปด้วยนักเตะซูเปอร์สตาร์อีโก้สูงและผู้เล่นลูกครึ่งหลากหลายเชื้อชาติ การมีกุนซือที่เป็นถึง "ไอคอนผู้พาทีมคว้าแชมป์โลก" ทำให้ซีดานมีอำนาจการบริหารจัดการโดยปริยาย นักเตะทุกคนพร้อมรับฟังและเชื่อมั่นในแนวทางของเขาอย่างไร้ข้อกังขา

แม้ไม่เคยมีใครยอมรับว่าเรื่องอีโก้ในห้องแต่งตัวนี้มีจริง แต่ด้วยธรรมชาติของการรวมตัวของเหล่าสตาร์ระดับโลก คนนี้ก็ดัง คนนี้ก็เก๋า คนนี้ก็เก่ง จับมารวมไว้ในห้องเดียวกัน ความไม่เข้าใจหรือการเอาแต่ใจย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ

ว่ากันว่า ซีดาน เตรียมการเรื่องนี้มาเป็นอย่างดีและอาจจะเป็นส่วนที่เขาให้ความสำคัญที่สุดเลยก็ได้ ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ซีดานใช้เวลาศึกษาพฤติกรรมและความเปลี่ยนแปลงของนักเตะยุคใหม่ ทำให้เขามีความเข้าใจลึกซึ้งในการสร้างความสามัคคี การลดแรงกระแทกจากสื่อมวลชนฝรั่งเศสที่มีความกดดันสูง และการปกป้องลูกทีมจากความคาดหวังภายนอก

ซีดาน มีศักยภาพจะทำในสิ่งนี้ได้แน่เพราะเขาไม่ได้เป็นแค่ผู้จัดการทีม แต่เขาคือตัวแทนของความภาคภูมิใจในหลากมิติของสังคมฝรั่งเศส การเข้ามาของเขาจะช่วยดึงดูดกระแสความสนใจจากแฟนบอลรุ่นใหม่ ยกระดับภาพลักษณ์ของทีมชาติให้ทรงพลังยิ่งขึ้น ฝรั่งเศส ในยุคของเขาได้รับการตั้งเป้าว่าจะไม่ใช่ที่ที่แข็งแกร่งแค่บนหน้ากระดาษเท่านั้น แต่จะต้องเป็นทีมที่ลงสนามไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะ ... และชนะต่อไปอย่างต่อเนื่องที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

"ผมรู้ว่าเรามีศักยภาพมากพอ เรามีผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม ตอนนี้ผมต้องไปพบพวกเขาและอธิบายสิ่งที่ผมจะทำ นั่นคือ ฝรั่งเศส จะต้องเดินหน้าคว้าชัยชนะเท่านั้น" ซีดาน เปิดใจในการรับงานครั้งแรก 

ส่วนในรายละเอียดของการทำทีมในสนามหรือเชิงแท็กติกนั้น ซีดาน ได้นำทีมงานเดิม ชุดที่เขาเคยประสบความสำเร็จที่ เรอัล มาดริด มาทำงานด้วยกันที่นี่ทั้งหมด ... ดังนั้นหากดูจากทีมงานที่มี ขุมกำลังนักเตะระดับเกรด A และคุณภาพทีมโดยรวม เชื่อว่าเราจะได้เห็นแท็กติกที่แตกต่างออกไปจากยุค เดส์ชองส์ ตามที่เขาว่าแน่ ๆ 

แม้เดส์ชองส์จะพาทีมประสบความสำเร็จอย่างสูง แต่บางครั้งก็มักถูกวิจารณ์เรื่องการเล่นแบบเน้นผลการแข่งขันและความรัดกุมมากเกินไป ดังนั้นในยุคของซีดาน ซึ่งถอดบทเรียนความสำเร็จจากการคุม เรล มาดริด เขาขึ้นชื่อเรื่องการสร้างสมดุลระหว่างโครงสร้างแท็กติกที่ยืดหยุ่น และการปล่อยให้ผู้เล่นระดับโลกแสดงศักยภาพสูงสุดออกมา 

ความลับของเขาไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านี้ มันคือการเลือกงานที่คิดว่าใช่และเป็นงานที่จะทำให้ตัวเองอยากใส่สุดตัวในทุกวัน สิ่งสำคัญสำหรับซีดานอาจจะไม่ใช่เรื่องเชิงแท็กติกจ๋า แต่มันคือเรื่องของการปกครอง การบริหารจัดการคน เพื่อท้ายที่สุดแล้วนักเตะแถวหน้าของโลกในทีมของเขาจะได้ลงเล่นโดยไร้ความกดดันและมีความสุขบนผืนหญ้า 

พร้อมกันนี้ยังคงรักษาแก่นแท้ของการสร้างทีมที่ยิ่งใหญ่ โดยโค้ชที่เป็น Perfectionist อย่างเขาเอาไว้นั่นคือ "การพยายามเอาชนะในทุกเกม" และเดินลงสนามไปพร้อมกับความมั่นใจว่าพวกเขาจะเดินออกสนามหลังจบ 90 นาทีในฐานะผู้ชนะ ... ได้เวลาจับตาดูทัพตราไก่ยุคใหม่ในมือของ ซิซู แล้ว 

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.euronews.com/2026/07/28/zinedine-zidane-fulfils-dream-as-he-takes-charge-of-france
https://www.theguardian.com/football/2026/sep/19/zinedine-zidane-france-coach-wizard-behind-curtain
https://www.reddit.com/r/worldcup/comments/1v0rl9y/french_people_especially_why_are_you_so_sure/
https://www.fotmob.com/topnews/29801-how-will-zinedine-zidane-change-frances-playing-style-after-years-deschamps-ball?utm_source=fotmob
https://www.goal.com/en/news/zidane-s-revolution-begins-early-his-first-change-to-the-france-national-team-after-deschamps/blt15c555c7057f3619

Author

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง

Graphic

สรัช สวัสดีแป้น

ออกแบบภาพ กราฟิก Main Stand