Feature

กองเชียร์นั่งไม่ติด นักกีฬาจิตนิ่ง : ถอดรหัส กับ "อ.ปลา" เบื้องหลัง 8 เหรียญ ทัพนักกีฬาไทย ในเอเชียนเกมส์ 2026 | Main Stand

การแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น เต็มไปด้วยช่วงเวลาที่ทำให้แฟนกีฬาชาวไทยต้องลุ้นจนแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้ เพราะผลแพ้ชนะอาจตัดสินกันเพียงเสี้ยววินาที

 

หากคนดูยังตื่นเต้นถึงเพียงนี้ แล้วนักกีฬาที่อยู่ในสนามต้องเผชิญกับความกดดันมากแค่ไหน แต่ท่ามกลางสถานการณ์เหล่านั้น เรากลับได้เห็นนักกีฬาหลายคนรักษาความสงบนิ่ง และมีสมาธิกับการแข่งขันได้อย่างน่าทึ่ง

เบื้องหลังความสงบนิ่งเหล่านี้ มีอะไรซ่อนอยู่ ?

MAIN STAND ชวนไปค้นหาคำตอบผ่านบทสัมภาษณ์ "อาจารย์ปลา" ผศ.ดร.วิมลมาศ ประชากุล นักจิตวิทยาการกีฬา ผู้มีส่วนร่วมในการเตรียมความพร้อมด้านจิตใจให้กับนักกีฬาไทยที่คว้าเหรียญรางวัล ถึง 8 เหรียญในเอเชียนเกมส์ 2026

 

คนเบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่ได้อยู่ในสนาม

แต่ก่อนจะไปลงลึกเรื่องจิตวิทยา อยากให้ทุกคนมารู้จักกับ "อาจารย์ปลา" กันก่อน

สำหรับชื่อของ "อาจารย์ปลา" ผศ.ดร.วิมลมาศ ประชากุล ถือเป็นหนึ่งในนักจิตวิทยาการกีฬาระดับแนวหน้าของประเทศ และเป็นอาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

อาจารย์ปลาเริ่มต้นทำงานร่วมกับสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทยตั้งแต่ปี 2002 ก่อนจะขยายบทบาทไปดูแลสภาพจิตใจของนักกีฬาจากหลากหลายชนิดกีฬา ทั้งผ่านการมอบหมายของการกีฬาแห่งประเทศไทยในช่วงมหกรรมกีฬา และการได้รับเชิญจากภาคเอกชน เช่น โรงเรียนแบดมินตันบ้านทองหยอด ที่ให้เธอเข้าไปช่วยเตรียมความพร้อมด้านจิตใจให้กับ "วิว" กุลวุฒิ วิทิตศานต์ และ "เมย์" รัชนก อินทนนท์ ตั้งแต่ก่อนการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2024 และยังคงทำงานร่วมกันมาจนถึงปัจจุบัน

ตลอดเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา อาจารย์ปลามีส่วนร่วมในเบื้องหลังความสำเร็จของนักกีฬาไทยมากมายจากหลายชนิดกีฬา แต่หากมองเฉพาะการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น นักกีฬาที่เธอดูแลด้านจิตใจสามารถคว้าเหรียญรางวัลรวมกันถึง 8 เหรียญ เลยทีเดียว

แบ่งเป็น 4 เหรียญทอง จาก "วิว" กุลวุฒิ วิฑิตศานต์ แบดมินตันชายเดี่ยว, "หยู" บัลลังก์ ทับทิมแดง เทควันโดชาย รุ่น 68 กก., "ปิ่น" ปิ่นชนก คล้ายสมบูรณ์ เรือใบประเภท Girls' Dinghy และทีมอีสปอร์ตเกม PUBG Mobile

1 เหรียญเงิน จาก ทีมอีสปอร์ตเกม Naraka: Bladepoint

3 เหรียญทองแดง จาก ธนรักษ์ วงษ์กิติคุณ อีสปอร์ตเกม Puyo Puyo Champions, "ขนมจีบ" ณัฐกมล วาสนา เทควันโดหญิง รุ่น 57 กก. และ "อิม" พัชรกัญจน์ พูลเกิด เทควันโดหญิง รุ่น 49 กก.

เบื้องหลังความสำเร็จเหล่านี้ อาจารย์ปลาอธิบายว่า บทบาทของนักจิตวิทยาการกีฬาเปรียบเสมือนผู้ฝึกสอนคนหนึ่ง ไม่ใช่แพทย์ที่ทำหน้าที่รักษา แต่เป็นผู้ฝึกความคิด อารมณ์ และสมาธิ เช่นเดียวกับที่นักกีฬาต้องฝึกร่างกายหรือทักษะกีฬา เพื่อให้นักกีฬาสามารถแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่

 

เมื่อคู่แข่งไม่ได้มีแค่คนตรงหน้า

แล้วทำไมการฝึกทักษะกีฬาเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอที่จะทำให้นักกีฬาแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ ? เพราะในการแข่งขันจริง นักกีฬาไม่ได้รับมือเพียงคู่แข่งตรงหน้าเท่านั้น

อาจารย์ปลา ยกความแตกต่างระหว่างการฝึกซ้อมกับการแข่งขันจริงมาอธิบายให้เห็นภาพว่า

"อย่างเวลานักกีฬาฝึกซ้อม มันไม่ได้มีสิ่งเร้าอื่นมากมาย เพราะมันคือการซ้อม แต่เวลาที่แข่งขัน นักกีฬาต้องเผชิญกับความคาดหวัง ความกดดัน มีคนดู มีผลการแข่งขัน มีรางวัลที่มหาศาล สิ่งเหล่านี้ทำให้ความคิดและความรู้สึกของนักกีฬาแตกต่างกันออกไป"

"ยกตัวอย่างกีฬาเทควันโด ตอนซ้อมนักกีฬามองเป้า เห็นเป้าก็รู้แล้วว่าต้องเตะอย่างไร แต่พอถึงการแข่งขันจริง หากไม่ได้ฝึกทักษะด้านจิตใจ นักกีฬาอาจเริ่มคิดว่า เข้าไปจะพลาดไหม ถ้าพลาดแล้วจะเกิดอะไรขึ้น อุตส่าห์ซ้อมมาตั้งนาน แล้วถ้าไม่ได้อะไรเลยจะเสียหายขนาดไหน"

"อีกหนึ่งสิ่งคือเวลาแข่งขันจริง ไม่มีนักกีฬาคนไหนที่หัวใจไม่เต้นแรง เพราะมันเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกาย ซึ่งเราก็ฝึกเรื่องการหายใจ เพื่อให้นักกีฬาสามารถควบคุมตัวเอง ปรับระดับความตื่นตัวและอัตราการเต้นของหัวใจให้ใกล้เคียงกับตอนฝึกซ้อม"

"ในทางตรงกันข้าม หากไม่ได้ฝึกทักษะด้านจิตใจมาเลย นักกีฬาอาจไม่รู้ว่าควรคิดอะไร ควรจดจ่ออยู่กับสิ่งไหน หรือจะทำอย่างไรให้หัวใจที่เต้นแรงกลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม ยิ่งเมื่อเกิดความกลัวว่าจะทำผิดพลาด กล้ามเนื้อก็อาจเกร็งจนไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ตามปกติ"

ดังนั้นพูดง่าย ๆ ว่า หากนักกีฬาไม่ได้รับการฝึกทักษะด้านจิตใจ ก็อาจตกอยู่ในสถานการณ์ที่หลายคนคุ้นเคยกับคำว่า "หมูสนามจริง สิงห์สนามซ้อม"

อย่างไรก็ตาม อาจารย์ปลาอธิบายเพิ่มเติมว่า ความกดดันไม่ได้ส่งผลเสียต่อนักกีฬาทุกคนเสมอไป เพราะมีนักกีฬาบางคนที่กลับสามารถแสดงศักยภาพออกมาได้ดียิ่งขึ้น เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์กดดัน

"ใช่ค่ะ มันมีแบบนี้เหมือนกัน ยกตัวอย่างนักกอล์ฟบางคน ถ้าแฟร์เวย์โล่ง ๆ กลับตีไม่ตรง แต่พอต้องตีออกจากอุปสรรคที่มีทางเลือกแคบ ๆ กลับทำได้ดีกว่า ซึ่งเรื่องนี้มีทฤษฎีรองรับ เรียกว่าทฤษฎียูคว่ำ ที่อธิบายว่าระดับความตื่นตัวที่เหมาะสมจะช่วยให้นักกีฬาแสดงความสามารถได้ดี และระดับความตื่นตัวที่เหมาะสมของแต่ละคนก็แตกต่างกัน"

 

ฝึกจิตใจอย่างไร ให้พร้อมรับมือทุกความกดดัน

เมื่อเข้าใจถึงความสำคัญของจิตวิทยาการกีฬาและความกดดันที่นักกีฬาต้องเผชิญแล้ว คำถามต่อมาคือ นักจิตวิทยาการกีฬามีกระบวนการฝึกจิตใจนักกีฬาอย่างไร เพื่อให้พวกเขาสามารถแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่

อาจารย์ปลาอธิบายว่า ขั้นตอนสำคัญคือการค้นหา "โซน" หรือสภาวะความคิด อารมณ์ และความรู้สึกที่เหมาะสมกับนักกีฬาแต่ละคน เพราะนักกีฬาแต่ละคนมีระดับความตื่นตัวที่ช่วยให้แสดงศักยภาพได้ดีที่สุดแตกต่างกัน

"เราต้องเข้าใจนักกีฬาแต่ละคน และเขาก็ต้องเข้าใจตัวเองด้วย บางคนชอบให้มีการกระตุ้นเยอะ ๆ แต่ถ้าอยู่ในสภาวะที่เฉื่อยเกินไป เราก็ต้องมีวิธีช่วยกระตุ้นเขา ขณะที่บางคนชอบความผ่อนคลาย"

หลังจากค้นหา "โซน" ที่เหมาะสมกับนักกีฬาแต่ละคนแล้ว สิ่งสำคัญต่อมาคือการฝึกฝนให้นักกีฬาสามารถดูแลสภาพจิตใจของตัวเองได้ เพราะเมื่อถึงเวลาแข่งขันจริง พวกเขาคือผู้ที่ต้องเผชิญกับความกดดันและรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสนามด้วยตัวเอง

อาจารย์ปลากล่าวถึงกระบวนการนี้ว่า "หลัก ๆ สิ่งที่ต้องฝึกให้กับนักกีฬา มี 2 ส่วน ก็คือ วิธีคิดกับทักษะการควบคุม อย่างเรื่องวิธีคิด เราต้องฝึกให้เขาอยู่กับปัจจุบัน"

"ยกตัวอย่างนักกีฬาเทควันโด เวลาเขาแพ้ยกแรก เขาไม่ได้รู้สึกว่าแพ้แล้ว ยกสองต้องเอาคืนอะไรแบบนี้ แต่เขาสามารถรีเซตตัวเองได้เลย เพราะเขาเชื่อว่าถ้าเกมยังไม่จบ เราก็ยังมีโอกาสเสมอ พวกเขาฝึกตัวเองให้อยู่กับปัจจุบัน เพราะฉะนั้นสังเกตได้เลยว่าท่าทางของเขาไม่ได้แสดงความตื่นเต้นกับการแข่งขัน"

"จากวิธีคิดที่ต้องอยู่กับปัจจุบัน เราก็มีทักษะที่ต้องฝึก ทั้งการรู้ตัว การหายใจ และการจินตภาพ (Imagery) ซึ่งต้องฝึกซ้ำบ่อย ๆ เพื่อให้ตัวเรารู้ว่าสามารถอยู่ในสถานการณ์ด้วยความรู้สึกและอารมณ์แบบนี้ได้"

แล้วการฝึกทักษะด้านจิตใจเหล่านี้ ต้องใช้เวลานานแค่ไหน กว่านักกีฬาจะสามารถนำไปใช้รับมือกับความกดดันในการแข่งขันจริงได้ ?

"ต้องบอกก่อนว่าการฝึกจิตใจกับการฝึกร่างกายมีความแตกต่างกัน เพราะการฝึกร่างกาย แม้นักกีฬาจะไม่อยากฝึก เราก็ยังมองเห็นได้ว่าเขาฝึกหรือไม่ฝึก แต่การฝึกจิตใจ หากนักกีฬาไม่เชื่อว่าสิ่งที่ฝึกจะช่วยเขาได้จริง ๆ ก็เป็นเรื่องยาก"

"อย่างเช่น เราบอกให้เขาฝึกการหายใจ เขาอาจสงสัยว่าทำไมต้องฝึก ในเมื่อก็หายใจอยู่ทุกวัน ซึ่งจริง ๆ แล้วมันไม่เหมือนกัน หรือเมื่อให้ฝึกจินตภาพด้วยการหลับตานึกภาพตาม เราก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าเขากำลังจินตนาการถึงสิ่งที่เราให้ฝึกอยู่จริงหรือเปล่า"

"ดังนั้น การสร้างความเชื่อและความเข้าใจอาจต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก แต่ถ้านักกีฬาเชื่อและเข้าใจแล้ว อาจใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือนก็สามารถพัฒนาจนเกิดเป็นทักษะได้ อย่างไรก็ตาม การจะเชื่อมั่นในทักษะนั้นจริง ๆ ต้องผ่านกระบวนการทดลองนำไปใช้ในการแข่งขันที่มีความกดดันไม่สูงมากก่อน เมื่อพบว่าใช้ได้ผล ก็จะเกิดความเชื่อมั่น และนำกลับไปฝึกซ้ำอย่างต่อเนื่อง"

 

กุญแจสู่ความสำเร็จ

"อย่างเทนนิส พาณิภัค กว่าที่เราจะคลิกกันจริง ๆ ต้องใช้เวลาประมาณ 4-5 ปี ซึ่งเขาก็ไม่ได้ต่อต้าน แต่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมายืนทำสมาธิ ฝึกจินตภาพอะไรแบบนี้ ในเมื่อเอาเวลาไปซ้อมเตะจะทำให้เขาเก่งกว่าไหม"

"แต่สุดท้ายเขาก็เริ่มเข้าใจตอนไปแข่งขันชิงแชมป์โลกปี 2015 ว่าแค่ทำให้เต็มที่ก็สามารถทำผลงานได้ดีแล้ว ก่อนที่โอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่บราซิล เขาจะแพ้ในช่วงท้ายเกม ทำให้เริ่มเชื่อว่าทักษะด้านจิตใจมีความสำคัญจริง ๆ โดยเฉพาะในช่วงเวลาวิกฤต"

"หลังจากนั้นเขาก็เริ่มฝึกอย่างเต็มที่เพื่อเตรียมตัวไปโอลิมปิกเกมส์ที่โตเกียว ซึ่งก็ทำผลงานได้ดี และเมื่อถึงช่วงเตรียมตัวสำหรับโอลิมปิกเกมส์ที่ปารีส เขาก็ยิ่งฝึกอย่างเข้มข้นมากขึ้น"

ตัดภาพกลับมาที่การแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 อาจารย์ปลายังยกตัวอย่างของ "หยู" บัลลังก์ ทับทิมแดง ที่เคยผ่อนความเข้มข้นในการฝึกจิตใจช่วงต้นปี จนส่งผลต่อผลงานการแข่งขัน ก่อนกลับมาฝึกอย่างจริงจังอีกครั้ง และคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ได้สำเร็จ

"จริง ๆ น้องเชื่อในเรื่องนี้มาตลอด แต่ช่วงต้นปีน้องผ่อนการฝึกลงไปด้วยตัวเอง ซึ่งก็ส่งผลให้ผลงานการแข่งขันไม่เหมือนเดิม จนมาถึงช่วง 2-3 เดือนก่อนเอเชียนเกมส์ เราก็กลับมาจริงจังและเข้มข้นกับเรื่องนี้กันอีกครั้ง"

ขณะเดียวกัน "หยู" บัลลังก์ ยังได้เปิดเผยถึงความสำคัญของการฝึกจิตใจ หลังคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2026 โดยเฉพาะการแข่งขันตั้งแต่รอบรองชนะเลิศที่ทำให้แฟนกีฬาชาวไทยต้องลุ้นจนแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้

"ตอนแข่งขันคนดูตื่นเต้นครับ แต่หยูไม่ได้ตื่นเต้น เพราะเราได้เตรียมตัวกับอาจารย์ปลา นักจิตวิทยาการกีฬามาแล้ว ซึ่งอาจารย์ปลาบอกให้อยู่กับปัจจุบัน"

"หยูคิดว่าเรื่องสติกับการแข่งขันครั้งนี้ เราทำได้ดีมาก ๆ เพราะเราเตรียมด้านจิตใจและความคิดมาดีมาก ๆ ไม่ว่าเราจะเสียหรือเราจะได้ เราจะอยู่กับปัจจุบันตลอดเวลา"

ดังนั้น ทั้งหมดนี้คือคำตอบว่า เหตุใดนักกีฬาจึงสามารถรักษาความสงบนิ่งท่ามกลางความกดดันในสนามแข่งขันได้ เพราะเบื้องหลังภาพที่เราเห็นคือการนำจิตวิทยาการกีฬามาใช้ในการเตรียมความพร้อมด้านจิตใจ ผ่านการเรียนรู้และฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พวกเขาสามารถแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ จนนำไปสู่ความสำเร็จในเอเชียนเกมส์ 2026

Author

ดิถดนัย สิริประทีปสุข

อดีตนักบอล ปัจจุบันนักข่าว

Graphic

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ