News

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ประกาศเลิกเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกส

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ประกาศเลิกเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกสอย่างเป็นทางการ

 


CR7 ลงสนามให้ทีมชาติโปรตุเกสชุดใหญ่เกมแรกในฐานะตัวสำรอง นัดที่ชนะ คาซัคสถาน 1-0 เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2003 และนัดสุดท้ายที่ลงสนาม คือการลงเป็นตัวจริง เกม ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก นัดที่ชนะ เวลส์ 1-0 เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026

สถิติของ โรนัลโด้ กับทีมชาติโปรตุเกสชุดใหญ่ ลงเล่น 234 นัด ทำ 146 ประตู 45 แอสซิสต์ คว้าแชมป์ ยูโร 2016 และ ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ฤดูกาล 2018-19 กับ 2024-25

 

แถลงการณ์ฉบับเต็ม

ชาวโปรตุเกสทุกท่าน

ถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องส่งคืนเสื้อหมายเลข 7 ของทีมชาติซึ่งเป็นของพวกเราทุกคน ผมไม่เคยรู้สึกว่ามันเป็นของผมเพียงคนเดียว แต่ตลอดช่วงเวลา 23 ปีที่ผ่านมา ผมได้รับเกียรติและความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ในการสวมใส่ ทำหน้าที่ปกป้อง และนำพามันไปสู่สนามแข่งขันทั่วทุกมุมโลก

วันนี้ ช่วงเวลาแห่งการส่งต่อสัญลักษณ์นี้สู่อนาคตได้มาถึงแล้ว มันไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่ายเลย เพราะการตัดสินใจบางอย่างไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยสมองเพียงอย่างเดียว หากแต่ใช้หัวใจนำทางด้วย เส้นทางอันยาวนานที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2003 และเปลี่ยนแปลงชีวิตของผมไปตลอดกาล ได้เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดลงแล้ว

เมื่อผมมองย้อนกลับไปและนึกถึงทุกสิ่งที่ผมได้สัมผัสในทีมชาติ ผมไม่ได้มองเห็นเพียงแค่เกมการแข่งขัน ประตู สถิติ หรือถ้วยรางวัลเท่านั้น แต่ผมมองเห็น "ผู้คน"

ผมเห็นกลุ่มผู้อพยพที่ตลอดระยะเวลา 90 นาทีของการแข่งขัน ทำให้พวกเขารู้สึกใกล้ชิดกับโปรตุเกสมากขึ้นอีกนิด ผมเห็นชาวโปรตุเกสอีกหลายล้านคนที่ผมไม่เคยมีโอกาสได้พบหน้า แต่พวกเขากลับกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผม เพราะท้ายที่สุดแล้ว ฟุตบอลเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเกมกีฬา แต่ฟุตบอลคือเรื่องราวของผู้คน

ตลอดเส้นทางอาชีพในทีมชาติ ผมพยายามผลักดันตัวเองให้ก้าวข้ามขีดจำกัด ผมต้องการชัยชนะ ต้องการเป็นผู้ที่ดีที่สุด และต้องการสร้างประวัติศาสตร์ ผมเป็นคนเข้มงวดกับตัวเองเสมอมา ผมต้องการสิ่งที่ดีกว่าอยู่เสมอ และเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่าเราสามารถไปได้ไกลกว่าเดิม และผมได้ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างที่มีให้กับเสื้อตัวนี้

มีช่วงเวลาบ่ายและค่ำคืนที่สมบูรณ์แบบ มีชัยชนะที่ผมไม่มีวันลืม และมีรอยแผลจากความพ่ายแพ้ที่จนถึงทุกวันนี้ผมก็ยังเจ็บปวดเมื่อนึกถึงมัน ผมเคยทำพลาด ผมเคยเผชิญกับความเจ็บปวด และมีบางช่วงเวลาที่ผมไม่สามารถมอบสิ่งที่ชาวโปรตุเกสปรารถนาอย่างมากให้แก่พวกเขาได้ แต่ผมไม่เคยยอมแพ้ และเหนือสิ่งอื่นใด ผมไม่เคยสูญเสียความภาคภูมิใจในการได้เป็นตัวแทนของโปรตุเกสเลย

ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ ผมได้เรียนรู้บทเรียนที่เรียบง่ายมาก ๆ นั่นคือ ประตูจะเลือนหายไป ถ้วยรางวัลถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ และสถิติต่าง ๆ ก็รอวันถูกทำลาย แต่มีสิ่งหนึ่งที่กาลเวลาไม่มีวันลบเลือนได้ นั่นคือพื้นที่ที่เราได้ครอบครองอยู่ในหัวใจของผู้คน

หากผมเคยสร้างความสุขให้พวกคุณได้บ้าง หากประตูของผมเคยทำให้พวกคุณสวมกอดใครสักคน เคยช่วยให้ลืมความกังวล หรือทำให้เกิดความภาคภูมิใจในประเทศของเรา นั่นแปลว่าทุกอย่างคุ้มค่าแล้ว เพราะการเป็นคนโปรตุเกสก็คือสิ่งนี้ เราเจ็บปวดด้วยกัน เราลุกขึ้นยืนด้วยกัน และเรากลับมาเชื่อมั่นอีกครั้ง

โปรตุเกสจะยังคงต้องการเยาวชนที่มีความฝัน ต้องการผู้เล่นที่ไม่เคยยอมแพ้ และต้องการคนรุ่นใหม่ที่เชื่อมั่นว่าเป็นไปได้ที่จะไปถึงจุดที่ยังไม่มีใครเคยไปถึง เพราะประเทศที่ยังคงสร้างฮีโร่หน้าใหม่ขึ้นมา คือประเทศที่ไม่เคยเลิกศรัทธาในตัวเอง

ผมขอฝากคำพูดพิเศษนี้ไปยังเพื่อนร่วมทีมชาติของผมทุกคน ขอบคุณสำหรับทุกการวิ่ง ทุกอ้อมกอด ทุกการถกเถียง ทุกความเงียบงันก่อนก้าวลงสู่สนาม ทุกชัยชนะที่เราเฉลิมฉลองร่วมกัน และทุกความพ่ายแพ้ที่หล่อหลอมให้พวกเราแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ผมได้รับเกียรติสูงสุดในการทำหน้าที่กัปตันของพวกคุณ แต่ไม่มีกัปตันคนไหนเดินไปข้างหน้าเพียงลำพัง และพวกคุณทุกคนคือส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของผม

ขอขอบคุณบรรดาโค้ช ทีมงานบริหาร แพทย์ นักกายภาพบำบัด เจ้าหน้าที่ดูแลชุดแข่ง พนักงาน และผู้คนมากมายที่ร่วมงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับผมมาตลอดหลายปีนี้ หลายคนในที่นี้อาจไม่เคยปรากฏตัวอยู่หน้าเลนส์กล้อง แต่หากปราศจากพวกคุณแล้ว ภาพความสำเร็จเหล่านั้นย่อมไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย

แด่ครอบครัวของผม ขอบคุณที่ร่วมแบ่งปันความฝันนี้เคียงข้างกันมา ขอบคุณที่เข้าใจยามที่ผมต้องไม่อยู่ ความเสียสละ และช่วงเวลาที่ทีมชาติจำเป็นต้องใช้พื้นที่ซึ่งควรเป็นของพวกท่านด้วยเช่นกัน หากผมเดินทางมาได้ไกลขนาดนี้ นั่นเป็นเพราะเรากุมมือเดินเคียงคู่กันมาโดยตลอด

และสุดท้ายนี้ แด่ชาวโปรตุเกสทุกคน แด่พี่น้องชาวโปรตุเกสที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก ผมอยากบอกอะไรพวกคุณเป็นครั้งสุดท้าย มีภาพภาพหนึ่งที่ผมจะจดจำไว้ในใจเสมอ นั่นคือช่วงเวลาที่เพลงชาติกำลังบรรเลงขึ้น ผมกวาดสายตามองไปรอบตัว เห็นเพื่อนร่วมทีม เห็นอัฒจันทร์ เห็นเด็ก ๆ คุณแม่ คุณพ่อ และคุณปู่คุณย่า เห็นชาวโปรตุเกสที่เดินทางมาจากแดนไกลเพียงเพื่อจะมาอยู่ที่นั่น และในเวลาไม่กี่นาทีนั้น เราหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างไร้รอยต่อ ไม่มีสโมสร ไม่มีสีเสื้อ ไม่มีชนชั้น ไม่มีอาชีพ ไม่มีมุมมองความคิดที่แตกต่าง มีเพียงสิ่งเดียวที่หลอมรวมเราไว้คือ ความคลั่งไคล้ที่มีต่อโปรตุเกส

ความรู้สึกนี้แหละครับที่ผมจะพกติดตัวไปตลอดชีวิตที่เหลืออยู่

วันนี้ ผมขอปิดฉากเส้นทางบนผืนหญ้าสนามแข่งขันในฐานะนักเตะทีมชาติ ผมก้าวเดินจากไปอย่างภาคภูมิ ด้วยศีรษะที่เชิดขึ้น ความภาคภูมิใจในเส้นทางที่ผ่านมา และความตระหนักรู้ว่าผมได้ทุ่มเททุกสิ่งที่ผมมีเพื่อโปรตุเกสแล้ว แต่ผมจะไม่หยุดจากการเป็นหนึ่งในพวกคุณ ผมจะยังคงร่วมเจ็บปวด ร่วมตื่นเต้น และร่วมเฉลิมฉลองทุกชัยชนะของโปรตุเกสต่อไปด้วยหัวใจ

ผมใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อมุ่งมั่นทำงานอย่างหนักจนก้าวขึ้นเป็นนักฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลก แต่ในวันนี้ผมตระหนักแล้วว่า ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของผมคือการได้เป็นตัวแทนของประเทศที่ดีที่สุดในโลก

ขอบคุณสำหรับ 23 ปีที่ผ่านมา ขอบคุณที่เชื่อมั่นในตัวผม ขอบคุณที่อนุญาตให้ผมได้ใช้ชีวิตอยู่กับความฝันที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ตอนที่ผมยังเป็นเด็กชายตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งในมาเดรา ที่วิ่งไล่ตามลูกฟุตบอลกลม ๆ

เสื้อหมายเลข 7 วางไว้ตรงนี้ ความภาคภูมิใจในการได้สวมใส่มันจะเป็นของผมตลอดไป โปรตุเกสจะอยู่ในตัวผมเสมอ จนกว่าจะพบกันใหม่

คริสเตียโน่ โรนัลโด้

 

Author

เจษฎา บุญประสม

EAT, SLEEP, TRAVEL, RACE, MAKE LOVE, REPEAT

Graphic

ปฐวี ยอดเนียม

Man u is No.2 But YOU is No.1