Feature

ไทยคนแรก แชมป์วีลแชร์บาสยุโรป : เดิมพัน Passion และ สร้างประวัติศาสตร์ของ "บาส" พงศกร | Main Stand

"บาส" พงศกร ศรีภิรมย์ สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกีฬาวีลแชร์บาสเกตบอลไทยคนแรก ที่คว้าแชมป์สโมสรยุโรป รายการ Euro Cup 2026 (เหมือนกับฟุตบอลยูโรปาลีก) ร่วมกับสโมสร ASD RC Basket in Carrozzina จากเมืองเรจโจคาลาเบรีย ประเทศอิตาลี ในฐานะกัปตันทีม

 


แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ เส้นทางของนักกีฬาวีลแชร์บาสเกตบอลไทย วัย 29 ปี ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วยอุปสรรคที่ต้องฝ่าฟัน แต่ด้วยเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน ทำให้ไม่มีอะไรมาหยุดเขาได้

จากวันนั้นถึงวันนี้ เขากลายเป็นนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จ มีรายได้ต่อเดือนระดับหกหลัก และเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้พิการอีกมากมาย

ติดตามเรื่องราวของเขาไปพร้อมกับ MAIN STAND

 

จุดเปลี่ยนชีวิต สู่นักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย

โลกใบนี้ไม่มีอะไรแน่นอน "บาส" พงศกร เด็กหนุ่มจากจังหวัดชัยภูมิ ที่เติบโตขึ้นท่ามกลางครอบครัวฐานะยากจน แต่ "กีฬา" สร้างความสุขให้กับชีวิต ไม่ว่าจะเป็นกีฬาชนิดไหน เขาพร้อมเล่นทั้งหมด

จนกระทั่งอายุเพียง 12  ขวบเท่านั้น อุบัติเหตุทางรถยนต์พรากชีวิตแบบเดิมของเขาไป เมื่อเขาสูญเสียขาข้างขวา กลายเป็นผู้พิการไปตลอดชีวิต 

หลังเหตุการณ์นั้น เขาเคยคิดว่าคงหมดโอกาสในเส้นทางกีฬาแล้ว แต่ไม่นานนัก โอกาสก็กลับเข้ามาอีกครั้ง เมื่อเพื่อนผู้พิการด้วยกันนำข่าวมาบอกว่า มีโค้ชกำลังเปิดคัดตัวนักกีฬาเข้าสู่เส้นทางกีฬาคนพิการ "บาส" ไม่รอช้า รีบไปทันที

"มันคือ Passion ล้วน ๆ เลยครับ ตอนที่ยังเป็นคนปกติ ผมยังช่วยพ่อแม่ได้ ครอบครัวก็ลำบาก ไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทอง แต่พอวันหนึ่งกลายเป็นผู้พิการ จากที่เคยช่วย กลับต้องให้คนอื่นมาดูแล เลยคิดแค่ว่าจะทำยังไงให้ตัวเองมีประโยชน์ ไม่เป็นภาระของใคร นั่นแหละคือแรงผลักดันแรกที่ทำให้ผมเลือกสู้ในเส้นทางนี้" บาส- พงศกร กล่าว

ด้วยทักษะกีฬาที่มีติดตัว รวมถึงพรสวรรค์และความตั้งใจ ทำให้ "บาส" ติดทีมได้ในทันที ซึ่งก้าวแรกในโลกกีฬาคนพิการของเขา เริ่มต้นจาก "วอลเลย์บอลนั่ง"

แต่ในช่วงเวลาเดียวกัน เขาได้รับโทรศัพท์จาก ภัทรพันธ์ุ กฤษณา นายกสมาคมกีฬาวีลแชร์บาสเกตบอลไทย ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญ ที่ชักชวนให้ลองหันมาเล่น "วีลแชร์บาสเกตบอล"
หลังทราบว่าเขาสนใจในการเล่นกีฬา

"บาส" ตอบรับทันทีโดยไม่ลังเล เพราะต้องการเดินในเส้นทางนักกีฬาอยู่แล้ว และหลังจากที่ได้ลองเล่นกีฬาชนิดนี้เพียง 1 เดือน เขาก็รู้สึกได้ทันทีว่า "นี่คือสิ่งที่ชีวิตของเราถูกสร้างมาเพื่อมัน"

จากวันนั้น "บาส" ทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อมอย่างหนักในแคมป์ทีมชาติ มากกว่าคนอื่นหลายเท่า "ปกติในแคมป์จะซ้อมกันวันละ 1-2 ครั้ง แต่ผมซ้อม 3-4 ครั้ง บางวันเที่ยงคืนยังซ้อมอยู่เลย" บาส กล่าว
ความพยายามนั้นพาเขาก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว และใช้เวลาเพียง 1 ปี ก็สามารถก้าวขึ้นมาติดทีมชาติไทยได้สำเร็จ ในวัยเพียง 15 ปี

 

ความผิดหวังจากผลงานทีมชาติ สู่แรงผลักดันในชีวิตต่างแดน

"บาส" พงศกร มีโอกาสลงเล่นให้ทีมชาติไทยในหลายรายการ แต่เส้นทางนี้ไม่ได้ประสบความสำเร็จอย่างใจหวัง เขาต้องเผชิญกับความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งพาราลิมปิกเกมส์ที่ไม่เคยได้แข่ง ชิงแชมป์โลกที่ไปไม่ถึง เพราะมักจะตกรอบคัดเลือกอยู่เสมอ

คำถามจึงเกิดขึ้นว่า ต้องทำอย่างไรถึงจะเก่งกว่านี้ เพื่อกลับมาช่วยทีมชาติได้จริง และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขามองไกลไปถึง "การไปเล่นต่างประเทศ" เพื่อยกระดับตัวเอง

"ผมเห็นนักกีฬาต่างประเทศครับ เด็ก ๆ ที่เล่นมาด้วยกัน แต่เขาพัฒนาเร็วกว่ามาก ทั้งที่ซ้อมเหมือนกัน เลยเริ่มตั้งคำถามว่ามันต่างกันตรงไหน จนได้เห็นว่าเขามีโอกาสเล่นลีก มีความกดดันตลอดเวลา ตรงนั้นแหละที่ทำให้เขาพัฒนา ผมเลยพยายามหาทางไปให้ได้ และเตรียมตัวเองให้พร้อม ถ้าโอกาสมันมาถึง"

ในที่สุดโอกาสก็มาถึง "บาส" ได้รับการติดต่อจากสโมสร ASD RC Basket in Carrozzina จากเมืองเรจโจคาลาเบรีย ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นทีมเดียวที่ยื่นข้อเสนอเข้ามา ด้วยเหตุผลที่เล็งเห็นหน่วยก้านของ "บาส" พงศกร แม้ว่าเขาจะไม่รู้เลยว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร และต้องไปเผชิญกับความท้าทายในต่างแดนเพียงลำพังในฐานะนักกีฬาพิการคนหนึ่ง แต่เขาไม่ลังเลเพราะนี่คือโอกาสที่เขารอคอยมาตลอด

"ผมไม่รู้จักเลยครับ ทีมอะไรก็ไม่รู้ ไม่ได้ไปเทสต์ตัวก่อนด้วย ลีกอิตาลีก็ไม่ได้ศึกษาอะไรมาก แค่ดูคลิปนิดหน่อย แต่พอได้คุยกับโค้ชแล้ว Passion มันตรงกัน มันทำให้ผมรู้ว่าอยากอยู่ตรงนี้"

"เรื่องรายได้หรอ ปีนี้ที่ผมไป ได้อยู่ 18,000 บาทไทย เท่า ๆ ที่ประเทศไทยเลย แต่ก็นั่นแหละผมไม่ได้สนใจ เพราะคิดแค่ว่าผมไปผมเก่งแน่นอน ผมคิดแค่นั้น มันไม่ใช่ Passion หลักเรา Passion เรา คือเราต้องการเก่ง เราต้องการประสบความสำเร็จ และเพื่อมาช่วยทีมชาติ"

"ช่วงแรกที่ไปโดนเหยียดแบบเยอะสุด ๆ แต่ส่วนตัวแล้วไม่ได้เป็นปัญหาเลย เพราะด้วย Passion ส่วนตัว คิดเสมอว่าอะไรจะเกิดก็ไม่สน เราไม่ได้โฟกัสเรื่องที่ไม่สำคัญ เราโฟกัสเรื่องที่สำคัญคือเป้าหมายของเราที่เรามาที่นี่"

แต่ก็จริงที่ไม่มีใครแข็งแกร่งได้ทุกวัน บางครั้ง "บาส" เองก็มีวันที่ท้อเช่นกัน และเขารู้ดีว่าในวันที่ล้ม ก็จะมีคนที่รอซ้ำเติม อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้เขาผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้ คือคติประจำใจที่ยึดถือมาตลอดคือ "ความรักที่คุณให้ผม มันทำให้ผมแข็งแกร่ง แต่ความเกลียด จะทำให้ผมไร้เทียมทาน"

จากนั้นวันนั้นสู่วันนี้ "บาส" พงศกร อยู่กับทีมในลีกอิตาลี มาแล้ว 5 ปี ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก

จนในที่สุดสามารถพาทีมคว้าแชมป์สโมสรยุโรป รายการ Euro Cup 2026 ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร และจากนักกีฬาที่เคยถูกดูแคลน เขากลายเป็น "กัปตันทีม" ที่เพื่อนร่วมทีมต่างชาติให้ความเคารพ

ไม่เพียงแค่ความสำเร็จในสนาม ชีวิตนอกสนามของเขาก็ดีขึ้นอย่างชัดเจน จากเด็กหนุ่มฐานะยากจน วันนี้เขามีรายได้รวมระดับ 6 หลักต่อเดือน สามารถดูแลครอบครัว และยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างเต็มที่

"มันดีขึ้นมาก ดีขึ้นทุกทางเลยครับ ผมไม่รู้จะพูดยังไงเลย ต้องมาลองเอง มันมีความสุขจริง ผมมีความสุขในการใช้ชีวิตทุกวันในตอนนี้" บาส พงศกร กล่าวด้วยรอยยิ้ม

 

เป้าหมายต่อไปของ "บาส" พงศกร

แม้วันนี้ "บาส" พงศกร จะคว้าแชมป์กับสโมสรได้แล้ว 1 รายการ และกลายเป็นนักกีฬาวีลแชร์บาสเกตบอลไทยคนแรกที่ทำได้ แต่เป้าหมายของเขายังไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ เพราะอีกหนึ่งสิ่งที่เขายังต้องการ คือการพาทีมคว้าแชมป์ลีกในประเทศให้ได้สักครั้ง

"จริง ๆ ผมอยากได้แชมป์ลีกสักครั้ง เพราะมันคือเป้าหมายที่ยังทำไม่สำเร็จ ที่ผ่านมาแม้จะมีทีมใหญ่ติดต่อมาเรื่อย ๆ แต่ผมปฏิเสธทั้งหมด เพราะผมอยากทำเป้าหมายกับทีมนี้ให้สำเร็จก่อน และเหมือนเป็นการเตรียมตัวด้วย อีกอย่างผมไม่อยากย้ายไปทีมใหญ่แล้วไม่ได้ลงเล่น"

นอกจากเวทีอิตาลีแล้ว เขายังมีความฝันที่ใหญ่กว่านั้นในเส้นทางอาชีพ นั่นคือการไปเล่นในลีกสเปน ลีกที่ได้ชื่อว่าเข้มข้นที่สุดและรวมผู้เล่นระดับโลกเอาไว้

"ถ้าพูดถึงลีกที่เข้มข้นที่สุดตอนนี้ก็คือลีกสเปน ผู้เล่นระดับโลกอยู่ที่นั่นหมด ความฝันของผมคือการได้ไปเล่นกับทีมใหญ่ในสเปน และคว้าแชมป์ให้ได้ นั่นคือเป้าหมายที่ใหญ่ที่สุดของผมในยุโรป"

ขณะที่ในนามทีมชาติไทย เป้าหมายของเขายังคงชัดเจนไม่เปลี่ยน ซึ่ง "บาส" กล่าวถึงเป้าหมายนี้ทิ้งท้ายว่า "สิ่งที่ผมไปเล่นต่างประเทศ ก็เพื่อกลับมาพัฒนาทีมชาติไทย ซึ่งมันยังไม่สำเร็จ เป้าหมายของผมคือการได้ไปพาราลิมปิกเกมส์สักครั้ง และเป้าหมายใกล้ ๆ คือเอเชียนเกมส์ที่ญี่ปุ่น ที่ผมอยากพาทีมชาติไทยไปคว้าเหรียญให้ได้สักครั้ง"

และนี่คือเรื่องราวของเด็กหนุ่มที่เคยคิดว่าชีวิตหมดทาง สู่กัปตันทีมแชมป์ยุโรป "บาส" พงศกร ศรีภิรมย์ คือภาพสะท้อนของคนที่มีเป้าหมายชัดเจน และไม่ยอมให้อุปสรรคมาหยุดเส้นทางของตัวเอง

แม้จะเป็นผู้พิการ แต่เขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความพยายามสามารถพาไปได้ไกลกว่าข้อจำกัดใด ๆ และความสำเร็จในวันนี้ เป็นเพียงอีกก้าวหนึ่งของเส้นทางเท่านั้น เพราะเป้าหมายของเขายังรออยู่ข้างหน้าอีกมากมาย

Author

ดิถดนัย สิริประทีปสุข

อดีตนักบอล ปัจจุบันนักข่าว

Graphic

สรัช สวัสดีแป้น

ออกแบบภาพ กราฟิก Main Stand